Photo Gallery กาสะลองคำ์
   
 
   
ดอก
 
ผลดิบ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ :Radermachera ignea 
( Kurz ) Steenis
    ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE
    ชื่อสามัญ :Tree  Jasmine
   

ชื่อไทย : กาสะลองคำ

    ชื่ออื่น :กาซะลองคำ   ปีปทอง  กากี  จางจืด  สะเภา  อ้อยช้าง
   

นิเวศวิทยา  
          เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่พบมากในประเทศไทย  พม่า  ไปจนถึงเกาะไหหลำในประเทศจีน  ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณ
ชื้นและภูเขาหินปูนที่ค่อนข้างชื้น 

 


   
   
  การขยายพันธุ์       เมล็ด  
 
  ลักษณะทั่วไป    เป็นไม้ต้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง  สูง 5 - 17 เมตร  ผลัดใบแต่ไม่ผลัดพร้อมกัน  เรือนยอดรูปใบหอกหรือรูปไข่  ทรงพุ่มแน่นทึบ  กิ่งก้านแผ่เป็นชั้น ๆ ออกกว้าง  ลำต้นเปลาตรง  ตามลำต้นและกิ่งก้านจะมีรูระบายอากาศกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
   
  เปลือก สีน้ำตาลอ่อน แตกเป็นลายประสานกันคล้ายตะข่าย  ผิวของเปลือกขรุขระ เป็นเม็ดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป
   
  ใบ       ใบประกอบแบบขนนก  2 - 3 ชั้น  ออกตรงกันข้ามใบย่อย 2 - 5 คู่ปลายคี่  แผ่นใบย่อยรูปรีแกมใบหอกหรือรูปไข่แกมใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมใบหอก 
กว้าง  3 - 4 เซนติเมตร  ยาว 5 -10 เซนติเมตร  ปลายใบเป็นติ่งแหลม  โคนใบสอบแคบ  บางใบโคนเบี้ยวเล็กน้อย  แผ่นใบเป็นมัน   ขอบใบเรียบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย  ก้านใบย่อยยาว 0.6 - 0.8 เซนติเมตร  ก้านใบใบปลาย  ยาว 2.5 – 3.0 เซนติเมตร ท้องใบมีต่อมเล็ก ๆ ประปรายอยู่ทั่วไป
 
   
 

ดอก   สีส้ม  เหลืองอมส้มหรือเหลืองทอง  ออกเป็นช่อสั้น ๆ หรือช่อกระจุก ตามกิ่งก้านและลำต้น  กระจุกละ 3 - 10 ดอก  ทะยอยบานครั้งละ 3 - 5 ดอก  ก้านช่อดอกสีน้ำตาลอมแดงมีขนอ่อน ๆ ประปราย  ยาว 1- 2 เซนติเมตร  กลีบเลี้ยงหรือกลีบรองดอกสีน้ำตาลอมแดงยาว 1.0 - 1.5  เซนติเมตร  มีรอยผ่าเปิดด้านเดียวด้านหน้าตามทางยาวติดกันเป็นหลอดห่อหุ้มกลีบดอก  กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดทรงกระบอก  โคนแคบตรงกลางค่อย ๆโป่งออก  ปลายดอกแยกออกเป็น 5 กลีบ  บานแผ่และม้วนลงด้านนอก  เกสรตัวผู้ 4 อัน  โผล่ออกมาเสมอปากกลีบดอก  เมื่อบานเต็มที่กว้าง 1.5 - 2.0 เซนติเมตร  ยาว 5 - 7 เซนติเมตร  ดอกจะบาน 1 - 2 วัน  แล้วร่วงหล่นและดอกใหม่จะทะยอยบานขึ้นมาแทนที่

   
 

ผล    ผลแห้งเป็นฝักรูปทรงกระบอกยาวเรียว  คล้ายฝักถั่วฝักยาว  กว้าง 0.5 - 0.7  เซนติเมตร  ยาว 30 - 40 เซนติเมตร  ฝักแก่จะบิดเวียนเป็นเกลียวเล็กน้อย  เมื่อแห้งจะแตกออกเป็น  2 ซีก ภายในฝักมีแกนทรงกระบอกเล็ก ๆ ยาวเรียวเป็นที่อยู่ของเมล็ด

   
  เมล็ด    แห้งแบนบางมีปีกบาง ๆ ยาวออกทางด้านข้าง   ขอบปีกเสมอกับตัวเมล็ด  กว้าง 0.2 – 1.0 เซนติเมตร   เมื่อฝักแห้งจะแตกออก และเมล็ดจะปลิวไปตามลม
     
     

ประโยชน์      
                
สมัยโบราณนิยมนำดอก  มาใส่ใบยาสูบแทนการมวนบุหรี่  เพราะให้รสชาติและมีกลิ่นหอม  เปลือกต้มกับน้ำ  ดื่มแก้ท้องเสีย  ใบตำคั้นน้ำทาหรือพอกแผลรักษาแผลสด     แผลถลอกเพื่อห้ามเลือด   ในงานวิจัยพบว่าสารในต้นกาสะลองคำ  มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ HIV - 1 reverse transcriptase  ดอกนำมาย้อมผ้า
กาสะลองคำ  เป็นไม้ต้นที่มีทรงพุ่มสวยงามแน่นทึบให้ความร่มรื่นได้ดีมาก  ทรงพุ่มไม่สูงและใหญ่เกินไป   ดอกมีสีสวยและออกดอกตลอดปี  โดยเฉพาะถ้าอากาศหนาวเย็นกาสะลอง คำจะมีความสวยงาม และออกดอกได้มากขึ้น  เหมาะที่จะปลูกไว้ภายในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่กว้างพอสมควร


     

   
     
บริเวณที่ปลูก     สนามระหว่าง อาคาร3 และอาคาร 4    
     

กาสะลองดำ เป็นไม้ยืนต้นประจำจังหวัดเชียงราย

 

   

เรียบเรียงและถ่ายภาพ โดย รศ.ชนะ วันหนุน